วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

เกาะติด MacroTrend กับ Jim Rogers


ข้อเขียนชุด "แนะนำ Blog การเงิน" ลำดับที่ 2,



Jim Rogers (www.jimrogers-investments.blogspot.com) เป็นนักลงทุนระดับกูรูของโลก ที่ความเห็นของเขาน่ารับฟังมาก


ที่สำคัญ เขาเป็นคนเปิดเผย ไม่ค่อยปิดบังความคิด หรือใช้เวทีแสดงความเห็นเพื่อหลอกล่อให้นักลงทุนเข้าไปติดกับ แล้วตัวเองและพรรคพวกก็ฉวยโอกาสทำกำไรจากการณ์นั้น


อันที่จริง ผมเป็นแฟน Jim Rogers มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเมื่อยังไม่มี Internet ใช้กัน (รู้สึกตอนนั้น CNN ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย)


สมัยโน้น นักลงทุนที่หูตากว้างไกลหน่อย ก็ต้องอ่านข่าวจากจอ Reuters หรือ Knight Rider และอ่านหนังสือพิมพ์ WSJ และ Financial Times


ก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซียไม่นานนัก ผมจำได้ว่า Financial Times ได้เขียนข่าวต่อเนื่อง (Series) เกี่ยวกับอดีต Hedge Fund Manager ที่หันมาเอาดีกับการแสวงหาชีวิตใหม่ โดยการขับขี่มอเตอร์ไซค์ BMW ไปทั่วโลกกับแฟนสาว และในขณะเดียวกันก็หาโอกาสในการพบปะผู้คน ใช้ชีวิตหรือร่วมกิจกรรมแบบแปลกๆ สังเกตการณ์ รับบรรยายเชิงการเงิน และหาโอกาสในการลงทุนไปด้วยในตัว


ข้อเขียนชุดนั้น ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะขณะนั้นเป็นยุคหุ้นบูมทั่วโลก หนุ่มสาวการศึกษาดีในแวดวงการเงิน ทั้ง Investment Banker, Fund Manager, Dealer, และ Analyst, ต่างพากันฝันหาโมเดลชีวิตแบบนั้น คือรวยเร็ว (Get-rich-quick) รีบเกษียณ (Early Retired) และใช้ชีวิต (Enjoy Life)


Lifestyle แบบนี้ ต่อมาได้รับฉายาว่า Yuppy และเป็นที่ฮือฮาอยู่พักใหญ่


หนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซด์คนนั้นแหละ Jim Rogers อดีตบัณฑิตจาก Yale และมหาบัณฑิตจาก Ballion College, Oxford ผู้ร่วมก่อตั้ง Quantum Fund กับ George Soros ซึ่งต่อมาเป็นผู้โจมตีค่าเงินบาทรายใหญ่ในปี 2540


Jim Rogers ทำเงินได้อย่างมากมายในวัยสามสิบกว่า และก็ได้หันหลังให้กับ Soros แยกตัวออกมาเป็นนักลงทุนเองแบบ “บินเดี่ยว” เขาเป็นนักลงทุนฝรั่งคนแรกๆ ที่เห็นโอกาสในจีนและยุโรปตะวันออก โดยเขาก็สามารถทำเงินได้อีกก้อนใหญ่จากการลงทุนในตลาดเหล่านั้น และเขาก็ผ่านวิกฤตมาแล้วทุกครั้ง โดยแต่ละรอบก็กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม ชื่อเสียงของเขาเป็นชื่อเสียงที่ดี และแม้เขาจะไม่ได้บินสูงขนาด Warren Buffet และ George Soros นายเก่า แต่ความเห็นของเขาก็ Practical และได้รับความนับถือจากวงการเงินการลงทุนโลก


เขาเขียนหนังสือมาแล้วหลายเล่ม (ประสบการณ์ขี่มอเตอร์ไซค์รอบนั้น ต่อมารวมพิมพ์เป็นหนังสือขายดีชื่อ Investment Biker) แต่ละเล่ม ล้วนมีข้อคิดและคำคม สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก


แม้ปัจจุบันเขาจะเลยวัยเกษียณมาแล้ว แต่ก็ยัง Active อยู่มาก เขายังคงให้ความเห็นในเรื่องการลงทุนกับสื่อระดับโลกอยู่อย่างต่อเนื่อง


ความเห็นและคำคมเหล่านั้นแหละ ที่มีคนรวบรวมมาไว้ใน Blog ของเขา ซึ่งผมว่ามีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุน ที่ต้องการอ่านแนวโน้มสำคัญๆ เช่นเขาเห็นว่า ราคาอาหารจะเพิ่มขึ้นอีกแยะเพราะดีมานด์จะสูงมากในอนาคตอันใกล้ ขณะที่การผลิตลดลง แถมเรายังเอาอาหารไปเผาเป็นเชื้อเพลิงเสียอีก


นอกจากนั้น เขาก็ว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ที่รวมถึงทองคำ (ซึ่งใครๆ ก็คิดว่ามาไกลแล้ว) จะยังสูงขึ้นไปอีกหลายเท่า จนกระทั่งปี 2014 และสำหรับการลงทุนในช่วงนี้ เขาก็ให้รอดูก่อน จนกว่าจะมั่นใจค่อยลงมือ เขากล่าวว่า “I just wait until there is money on the corner, and all I have to do is go over there and pick it up. I do nothing in the meantime. Even people who lose money in the market say, “I just lost money, now I have to do something to make it back.” No, you don’t. You should sit there until you find something.”


และเขายังกล่าวอีกว่า หลักการสำคัญอันหนึ่งของการลงทุน ที่คนมักลืมและละเลย ก็คือ “อยู่เฉยๆ ” โดยเฉพาะ หลังจากที่เพิ่งได้เงินมา ผู้คนส่วนใหญ่มักจะ “คัน” รีบออกไปหาที่ใช้เงินนั้น


เขาจะว่ายังไงต่อ...........


ต้อง “คลิก” ดูเอาเอง


หมายเหตุ : อันที่จริงเขาก็มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองคือ www.jimrogers.com แต่ Blogger ว่าเนื้อหายังสู้ Blog ที่ว่ามาไม่ได้


ข้อเขียนนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร MBA ฉบับเดือนกุมภาพันธุ์ ๒๕๕๓ ภายใต้นามปากกา Blogger

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น