วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

“Think Big and Kick Ass” บริหารสไตล์ทรัมพ์กับการตลาดสู่ทำเนียบขาว




Donald Trump คือสีสันของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

นโยบายของเขากีดกันคนต่างชาติ เสนอให้จับส่งแรงงานผิดกฎหมายกลับประเทศ สร้างกำแพงกั้นตลอดแนวระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ป้องกันคนแอบเข้าสหรัฐฯ เสนอให้แบนคนมุสลิมมิให้เข้าประเทศสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการก่อการร้าย และตั้งใจจะนำอเมริกาให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับนาโต้และสหประชาชาติ

เขาใช้คำขวัญว่า "Make America Great Again”

ความคิดของเขาได้รับการสนับสนุนแบบผิดคาด โดยเฉพาะจากคนชั้นกลางค่อนมาทางล่าง

ปรากฎการณ์นี้ ทำให้หลายคนตกใจ ถึงขั้นพรรครีปับริกันที่เขาสมัครเป็นตัวแทนเกิดแตกแยกครั้งใหญ่ ผู้คนต่างก็คิดและถกเถียงกันถึง Implications ของมัน

ชาวอเมริกันกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพวกเขาหรือเปล่า พวกเขาคิดว่าอเมริกาตกต่ำกระนั้นหรือ หรือพวกเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบและต้องการให้คนนอกอย่างทรัมพ์เข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลง (คนเหล่านี้รู้สึกว่ารายได้ของตนลดลงเมื่อเทียบกับสมัยก่อนและคนรุ่นก่อน และช่องว่าระหว่างคนรวยกับคนธรรมดายิ่งมาก็ยิ่งห่าง) หรือว่าพวกเขาไม่เชื่อเรื่องประชาธิปไตย เสรีนิยม และการเปิดกว้างแบบโลกานุวัตรอีกต่อไปแล้ว และกำลังจะหันเหประเทศไปสู่นโยบายกีดกันและทุนนิยมโดยรัฐ ฯลฯ

เหล่านี้คือประเด็นซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงกันในอเมริกา ตั้งแต่ร้านกาแฟไปจนถึงห้องเรียนในมหาวิทยาลัย

Donald Trump เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ถึงขั้นมหาเศรษฐี สร้างตัวมาจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เคยเป็นเจ้าของคาสิโนและโรงแรมในเวกัส และเขียนหนังสือขายดีหลายเล่ม เพื่อโปรโมทวิธีคิดของตัวเอง

จากหนังสือหลายเล่มของเขานี่เอง ที่เรารู้กำพืด ความคิด ตลอดจนสไตล์ ของเขา

เขาภูมิใจว่าเขาเป็นนักเจรจาต่อรอง หรือ Deal Maker ที่เก่งที่สุด และทักษะอันนั้นแหล่ะ ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

ในบรรดาหนังสือขายดีของเขา Think Big and Kick Ass” น่าจะโลดโผนและบ่งบอกตัวตนของเขาได้มากที่สุด

อันที่จริง Trump เป็นลูกเศรษฐีอยู่แล้ว แต่สามารถต่อยอดมาเป็นอภิมหาเศรษฐีได้ด้วยตัวเอง พ่อเขาก็เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คนสำคัญของนิวยอร์ก

เขาว่าเขาเกิดที่ Queens แต่สามารถข้ามมายึด Manhattan ได้สำเร็จ

เขาว่าเขาเริ่มต้นด้วยกิจการที่พ่อเขาส่งต่อมาให้ ด้วยมูลค่า 400 ล้านเหรียญฯ แต่ปัจจุบันเขามีทรัพย์สินกว่า 10,000 ล้านเหรียญฯ

เขาทำได้อย่างไร?

เขาเล่าหลายเรื่องราวไว้ใน Think Big and Kick Ass” และสรุปบทเรียนท้ายบท เป็น Key Points ไว้ให้ด้วยในแต่ละบท

เขาว่าคนที่อยากประสบความสำเร็จต้องพึ่งลำแข้งตัวเอง “…nobody is going to help you. Not your friends. Not the government. You have to look out for yourself…”

เช่นท้ายบทที่ 1 เขาสรุปบางท่อนว่าความฝันกับสิ่งที่ต้องลงมือทำนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน what you dream is what you will do” ดังนั้นถ้าคุณต้องการร่ำรวยก็ต้องอย่าเหนียมอาย make tons of money, don’t be shy. Set a big goal”

ท้ายบทที่ 2 เขาว่าคนจะใหญ่ได้ ต้องค้นหาความอยากของตัวเองให้เจอ find your passion.”

บทที่ 3 บอกให้เราเดินหน้าด้วยใจและสัญชาติญาณgo with your gut.”

บทที่ 4 บอกว่าเราต้องสร้างโชคให้กับตัวเองให้ได้ อย่าพึ่งชะตา ฟ้าดิน หรือแม้กระทั่งพระเจ้า create your own luck.”

นั่นเป็นเพียงบางตัวอย่าง ที่เขาให้คำแนะนำแบบง่ายๆ โดยเขาว่าเขาต้องการถ่ายทอดส่ิงเหล่านี้ให้กับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จ

“I am intent on giving people the knowledge they need to succeed.” เขาว่างั้น

เขาให้ความสำคัญกับความขยันขันแข็ง ทุ่มเทกับงาน และการทำงานหนัก He or she who focuses the longest wins.”

และต้องแสวงหาคนเก่งๆ ให้เข้ามาร่วมงานด้วย แต่ต้องอย่าไว้ใจพวกเขา
“Hire the best people, but do not trust them.”

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเขียนเรื่องการล้างแค้นไว้ทั้งบท เขาว่าเราต้องทำกับคนที่ทำกับเราให้สาสม

“Get even with people who do you wrong,” เขาว่างั้น

เขาให้ข้อคิดหลายเรื่องเกี่ยวกับการล้างแค้น...ล้างแค้น (Revenge) ยังไง ทำให้สาสมยังไง (Get Even) และเมื่อไหร่ต้องลงดาบให้หนัก Go for the jugular”

เพื่อว่าต่อไป คนจะไม่กล้ามาแหยม so that people will not want to mess with you.”

เขาถึงขั้นแนะนำให้จดบันทึกเป็น "บัญชีหนังหมา" เอาไว้ว่าใครบ้างที่เคยทำร้ายเรามาก่อน แล้วรอคอยโอกาสที่จะ "เอาคืน" และเมื่อถึงเวลานั้น ต้องเอามันให้หนักปางตาย...เขาว่า wait for the opportunity and when it comes, hit ’em hard.”

เขาว่า โลกนี้มันโหดร้าย ดังนั้นเราต้องข่มขวัญโดยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยทางหนึ่งคือต้องแต่งตัวให้ดูดี แต่งตัวให้เสริมความน่าเชื่อถือ

“world is a brutal place… Get some respect… always dress for respect…,” เขากล่าว
เพราะมันมีธุรกิจบางประเภทที่ต้องอาศัยการพรีเซนต์ตัวเองให้ดูดี ดังนั้นช่างเสื้อที่ดีจึงสำคัญ เพราะมันจะช่วยให้สถานะทางสังคมของคุณดูเด่นขึ้น

เขายังแนะนำอีกทั้งบทว่า ก่อนแต่งงาน คุณจำเป็นต้องทำสัญญาก่อนสมรส (Prenup) เพื่อกันสมบัติในส่วนที่เป็นของคุณไว้ก่อน อย่าให้ทรัพย์สินเดิมของคุณถูกคำนวณเป็นสินสมรส

เพราะถ้าต้องแยกทางกันแล้ว การเจรจาต่อรองจะได้ง่าย

เขาไม่เชื่อว่าการเจรจาต่อรองจะจบลงด้วยผลสรุปที่ทุกฝ่ายแฮบปี้

“Win-Win Deals” ไม่มีจริง

เขาเชื่อใน "Win-Lose Deals” คือ การเจรจาที่ต้องลงเอยด้วยฝ่ายหนึ่งได้เปรียบและอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ ฝ่ายหนึ่งชนะ ฝ่ายหนึ่งแพ้

และเขาจะต้องอยู่ฝ่ายชนะ

เป้าหมายในการเจรจาต่อรองของเขาทุกครั้งคือ "ต้องเป็นผู้ชนะ"

“to be the winner.”

เมื่อชนะแล้ว ก็ต้องมองหาเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นไปอีก

และต้องชนะอีก..

“aims for bigger goals.”

ดังนั้นคุณต้องไม่กลัวที่จะมีชื่อเสียง ไม่กลัวอีโก้ตัวเอง ไม่กลัวที่จะต้องทำงานหนัก และต้องพร้อมที่จะรับความเสี่ยง

หนังสือเล่มนี้ ทำให้เห็นว่าเขาเป็นคนกล้าชน เพื่อให้ชนะและได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
เขาไม่กลัวที่จะต้องพนัน ตราบใดที่มีโอกาสชนะ


บุคลิกแบบนี้กระมัง ที่อเมริกันชนซึ่งคิดว่าตัวเองกำลังมีปัญหาและสนับสนุนความเห็นของเขา ต้องการให้เขาเข้าไปปัดกวาดบางอย่าง ที่พวกเขารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง

27 มีนาคม 2559

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น